简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
คืนเดียวเปลี่ยนประวัติศาสตร์! George Soros ทำอะไรในวันที่ 16 กันยายน 1992?
บทคัดย่อ:16 กันยายน 1992 คือวันที่ George Soros เดิมพันกับค่าเงินปอนด์จนอังกฤษต้องถอนตัวจาก ERM และสร้างกำไรราว 1 พันล้านดอลลาร์ เหตุการณ์ Black Wednesday กลายเป็นบทเรียนสำคัญของตลาด Forex ทั้งเรื่องการมองเห็นความไม่สมดุลระหว่างราคากับพื้นฐานเศรษฐกิจ อำนาจของ Market Sentiment และข้อจำกัดของธนาคารกลาง บทความนี้พาย้อนดูเบื้องหลังการเดิมพันครั้งประวัติศาสตร์และบทเรียนที่นักเทรดนำมาปรับใช้ได้ในตลาดปัจจุบัน

16 กันยายน 1992 คือวันที่นักเทรดคนหนึ่งเอาชนะรัฐบาลอังกฤษได้ครับ
ไม่ใช่แค่ชนะ แต่บังคับให้ธนาคารกลางที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 300 ปีต้องยกธงขาว และทำเงินได้ประมาณ $1 พันล้านในคืนเดียว
ชายคนนั้นชื่อ George Soros ครับ และเรื่องราวของเขากับ Black Wednesday คือหนึ่งในบทเรียนที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาด Forex
George Soros คือใคร? จากผู้ลี้ภัยสู่นักลงทุนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก
George Soros เกิดในปี 1930 ที่บูดาเปสต์ ฮังการีครับ ชื่อเดิมของเขาคือ György Schwartz เขาเติบโตในยุคที่ยุโรปกำลังเผชิญกับสงครามโลกครั้งที่ 2 และครอบครัวของเขาต้องเอาตัวรอดจากการยึดครองของนาซีด้วยการสร้างตัวตนปลอมและซ่อนเร้นตัวเองครับ
ประสบการณ์ในวัยเด็กที่ต้องอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอนนี้ หลายคนเชื่อว่าเป็นรากฐานของความสามารถในการ “อ่านสถานการณ์” และ “กล้าเดิมพันใหญ่” ที่ทำให้ Soros กลายเป็นนักลงทุนที่ไม่เหมือนใครครับ
หลังสงครามโลก เขาอพยพไปอังกฤษและเข้าเรียนที่ London School of Economics ก่อนจะย้ายไปสหรัฐอเมริกาในปี 1956 ครับ
จากเงินไม่กี่พันดอลลาร์สู่กองทุนระดับโลก
Soros เริ่มทำงานในวอลล์สตรีทตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1950 ครับ และในปี 1970 เขาก่อตั้งกองทุน Quantum Fund ร่วมกับ Jim Rogers
Quantum Fund ไม่ใช่กองทุนธรรมดาครับ มันคือกองทุนที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนที่ก้าวร้าว ครอบคลุมทั้งหุ้น พันธบัตร สกุลเงิน และสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลก โดยมี Leverage สูงและเดิมพันใหญ่เมื่อเห็นโอกาสชัดเจนครับ
ผลตอบแทนของ Quantum Fund ในช่วงแรกนั้นน่าทึ่งมากครับ และทำให้ Soros กลายเป็นชื่อที่รู้จักกันดีในแวดวงการเงินโลกก่อนที่ Black Wednesday จะเกิดขึ้น
ทฤษฎี Reflexivity — หัวใจของวิธีคิดแบบ Soros
ก่อนจะเล่าถึง Black Wednesday แอดเหยี่ยวอยากให้นักเทรดเข้าใจแนวคิดหลักที่ Soros ใช้ในการมองตลาดครับ เพราะมันคือกุญแจที่ทำให้เขาสำเร็จในคืนนั้น
Soros เชื่อใน ทฤษฎี Reflexivity ครับ ซึ่งอธิบายว่าตลาดการเงินไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงอย่างถูกต้องเสมอไป แต่ความเชื่อของนักลงทุนส่งผลต่อความเป็นจริง และความเป็นจริงก็ส่งผลกลับมาเปลี่ยนความเชื่อของนักลงทุนอีกทีในลักษณะวนซ้ำครับ
พูดง่ายๆ คือ ตลาดไม่ได้สมเหตุสมผลเสมอครับ และเมื่อตลาดเริ่มเคลื่อนไปในทิศทางหนึ่ง มันมักจะเคลื่อนต่อไปไกลกว่าที่ตัวเลขพื้นฐานสนับสนุนครับ Soros ใช้แนวคิดนี้หาจุดที่ตลาดกำลังสร้าง “ฟองสบู่” หรือ “ความไม่สมดุล” แล้วเข้าเดิมพันว่ามันจะพังครับ
บริบทก่อน Black Wednesday — ทำไมปอนด์ถึงเป็นเป้าหมาย
เพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์ Black Wednesday แอดเหยี่ยวต้องเล่าบริบทก่อนครับ
ในปี 1990 อังกฤษเข้าร่วม Exchange Rate Mechanism หรือ ERM ซึ่งเป็นระบบที่กำหนดให้ค่าเงินของประเทศสมาชิกต้องรักษาอัตราแลกเปลี่ยนกับเงินมาร์กเยอรมันไว้ในช่วงที่กำหนดครับ
อังกฤษเข้าร่วม ERM ที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 2.95 มาร์กต่อปอนด์ โดยต้องรักษาให้ปอนด์อยู่ในช่วง ±6% ของอัตรานี้ครับ
แต่ปัญหาคืออัตราที่อังกฤษตั้งไว้นั้นสูงเกินไปสำหรับเศรษฐกิจอังกฤษในขณะนั้นครับ อังกฤษกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย อัตราเงินเฟ้อสูง และการว่างงานสูงมากครับ
ในขณะเดียวกัน เยอรมนีหลังการรวมประเทศในปี 1990 มีอัตราดอกเบี้ยสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อจากการรวมประเทศครับ ทำให้นักลงทุนแห่เงินเข้าเยอรมนีซึ่งยิ่งกดดันปอนด์
พูดตรงๆ คือ ค่าเงินปอนด์ถูกค้ำไว้ที่ระดับสูงเกินจริงด้วยกฎกติกา ทั้งที่เศรษฐกิจอังกฤษไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะรักษาระดับนั้นไว้ครับ
Soros เห็นจุดอ่อนนี้ชัดมากครับ
กลยุทธ์ที่ Soros ใช้ — Short Selling ในระดับที่โลกไม่เคยเห็น
เมื่อ Soros มั่นใจว่าปอนด์จะต้องอ่อนค่าลง เขาจึงเริ่มเดิมพันใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาครับ
กลยุทธ์ที่ Soros ใช้คือ Short Selling ค่าเงินปอนด์ ครับ โดยการยืมปอนด์จากสถาบันการเงินต่างๆ แล้วนำไปขายเป็นสกุลเงินอื่น โดยหวังว่าจะซื้อปอนด์คืนในราคาที่ต่ำกว่าในภายหลัง
Soros สั่งสม Short Position ในปอนด์เป็นระยะเวลาหลายสัปดาห์ก่อนวันที่ 16 กันยายน 1992 ครับ และในที่สุดเขา Short ปอนด์ไปประมาณ $10 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่แทบไม่น่าเชื่อสำหรับนักลงทุนรายเดียวครับ
16 กันยายน 1992 — คืนที่อังกฤษพ่ายแพ้
เช้าตรู่ของวันพุธที่ 16 กันยายน 1992 ครับ แรงขายปอนด์เริ่มหนักขึ้นมากจากนักเก็งกำไรทั่วโลกที่เริ่มเห็นโอกาสเดียวกับ Soros
ธนาคารกลางอังกฤษหรือ Bank of England พยายามป้องกันค่าปอนด์ด้วยการเข้าซื้อปอนด์ในตลาดครับ แต่แรงซื้อที่ BOE มีไม่เพียงพอต่อแรงขายมหาศาลจากนักเก็งกำไรทั่วโลกครับ
รัฐบาลอังกฤษภายใต้นายกรัฐมนตรี John Major ประกาศขึ้นดอกเบี้ยจาก 10% เป็น 12% และต่อมาเป็น 15% ในวันเดียวครับ เพื่อพยายามดึงดูดเงินทุนให้ไหลกลับมาซื้อปอนด์
แต่มันไม่ได้ผลครับ ตลาดมองว่าอังกฤษไม่มีทางรักษาดอกเบี้ย 15% ได้นานเพราะมันจะทำลายเศรษฐกิจที่กำลังถดถอยอยู่แล้วให้แย่ลงไปอีกครับ
ในที่สุดเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของคืนวันเดียวกัน รัฐบาลอังกฤษประกาศถอนตัวออกจาก ERM ครับ ค่าเงินปอนด์ร่วงลงทันทีประมาณ 15% เมื่อเทียบกับเงินมาร์กและประมาณ 25% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในช่วงหลายสัปดาห์ถัดมาครับ
Soros ปิด Short Position และทำกำไรได้ประมาณ $1 พันล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่วันครับ และนับตั้งแต่นั้น เขาก็ได้รับฉายาว่า “The Man Who Broke the Bank of England” ครับ
บทเรียนจาก Soros และ Black Wednesday สำหรับนักเทรดปัจจุบัน
บทเรียนที่ 1: Fundamental ที่แตกต่างจากราคาตลาดคือโอกาส
Soros ไม่ได้ดูแค่กราฟครับ เขาวิเคราะห์ว่าค่าเงินปอนด์ถูกค้ำไว้ที่ระดับที่ไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจจริงๆ เมื่อเห็นความไม่สอดคล้องนั้น เขาก็เดิมพันว่าตลาดจะต้องปรับตัวเข้าหาความเป็นจริงในที่สุด
สำหรับนักเทรดปัจจุบัน บทเรียนนี้คือการเรียนรู้อ่าน Fundamental Analysis ควบคู่กับ Technical Analysis ครับ กราฟบอกว่าราคากำลังไปไหน แต่ Fundamental บอกว่าทำไมและราคาควรจะอยู่ที่ไหนครับ
บทเรียนที่ 2: ความกล้าเดิมพันใหญ่เมื่อมั่นใจ
Soros ไม่ได้เดิมพันแบบ “ลองดู” ครับ เมื่อเขาวิเคราะห์ว่าปอนด์จะต้องร่วง เขาก็เดิมพัน $10 พันล้านดอลลาร์ นักเทรดรายย่อยไม่จำเป็นต้องทำในระดับนั้นครับ แต่บทเรียนคือเมื่อระบบและการวิเคราะห์บอกว่าโอกาสชัดเจน ก็ควรเข้า Position ให้เหมาะสมกับขนาดพอร์ตครับ ไม่ใช่เข้าน้อยเกินไปจนแม้แต่จะชนะก็แทบไม่มีผลต่อพอร์ตครับ
บทเรียนที่ 3: ธนาคารกลางไม่ได้ทรงพลังไม่จำกัด
Black Wednesday พิสูจน์ว่าแม้แต่ธนาคารกลางของประเทศใหญ่ก็มีข้อจำกัดครับ เมื่อแรงกดดันจากตลาดมากพอ นโยบายที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงก็ต้องพังในที่สุดครับ
สำหรับนักเทรดปัจจุบัน บทเรียนคือต้องรู้จักวิเคราะห์ว่านโยบายของธนาคารกลางสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจหรือเปล่าครับ ถ้าไม่สอดคล้อง ตลาดจะหาทางปรับตัวเองในที่สุดครับ
บทเรียนที่ 4: Market Sentiment ทรงพลังกว่านโยบาย
วันที่ BOE ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 15% ควรจะเป็นสัญญาณให้นักลงทุนกลับมาซื้อปอนด์ครับ แต่ตลาดไม่ได้สนใจครับ เพราะ Sentiment ของตลาดรู้แล้วว่าอังกฤษไม่มีทางรักษาดอกเบี้ยระดับนั้นได้นานครับ
บทเรียนคืออย่าสู้กับ Sentiment ที่แข็งแกร่งด้วยการวิเคราะห์เพียงอย่างเดียวครับ เมื่อตลาดตัดสินใจแล้วว่าจะไปทางไหน มันมักจะไปต่อไกลกว่าที่คาดครับ
ข้อควรระวัง
เรื่องราวของ Soros ดูน่าตื่นเต้นมากครับ แต่มีสิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้เสมอ
Soros ไม่ได้ทำกำไร $1 พันล้านจากการเดาสุ่มครับ เขาใช้เวลาวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียด มีทีมนักวิเคราะห์ระดับโลก และมีประสบการณ์ในตลาดการเงินมาหลายสิบปี
สำหรับนักเทรดรายย่อยชาวไทย บทเรียนจาก Soros ไม่ใช่การพยายาม “ทุบ” สิ่งใดครับ แต่คือการเรียนรู้อ่านตลาดให้ดีขึ้น เข้าใจว่า Fundamental กับราคาตลาดสอดคล้องกันแค่ไหน และบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมครับ
สรุป
George Soros คือนักลงทุนที่เติบโตมาจากความยากลำบาก สร้างแนวคิดการลงทุนที่เป็นของตัวเอง และในวันที่ 16 กันยายน 1992 เขาได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่านักลงทุนเพียงคนเดียวสามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์การเงินได้ครับ
Black Wednesday ไม่ใช่แค่เรื่องของชายคนหนึ่งที่ทำเงินได้มหาศาลครับ แต่มันคือบทเรียนเรื่องการวิเคราะห์ที่แม่นยำ ความกล้าเดิมพันเมื่อมั่นใจ และการเข้าใจว่าตลาดการเงินในที่สุดแล้วจะเคลื่อนตัวเข้าหาความเป็นจริงเสมอครับ
FAQ — คำถามที่ค้นหาบ่อยเรื่อง George Soros และ Black Wednesday
George Soros คือใคร?
George Soros เป็นนักลงทุนและนักการกุศลชาวฮังการี-อเมริกันครับ เกิดในปี 1930 ที่บูดาเปสต์ เขาเป็นผู้ก่อตั้ง Quantum Fund และเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกจากการ Short ค่าเงินปอนด์ในเหตุการณ์ Black Wednesday ปี 1992 ครับ
George Soros ทำเงินได้เท่าไหร่จาก Black Wednesday?
Soros ทำกำไรได้ประมาณ $1 พันล้านดอลลาร์จากการ Short ค่าเงินปอนด์ในเหตุการณ์ Black Wednesday ครับ บางแหล่งข้อมูลระบุว่าอาจสูงถึง $1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อรวมกำไรจาก Position อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยครับ
Black Wednesday เกิดขึ้นเมื่อไหร่?
Black Wednesday เกิดขึ้นในวันที่ 16 กันยายน 1992 ครับ เป็นวันที่รัฐบาลอังกฤษประกาศถอนตัวออกจาก Exchange Rate Mechanism หรือ ERM ของยุโรปหลังจากที่ไม่สามารถรักษาค่าเงินปอนด์ไว้ที่ระดับที่กำหนดได้ครับ
กลยุทธ์ที่ Soros ใช้ใน Black Wednesday คืออะไร?
Soros ใช้กลยุทธ์ Short Selling ค่าเงินปอนด์ครับ โดยการยืมปอนด์จำนวนมากมาขาย โดยเชื่อว่าปอนด์จะต้องอ่อนค่าลงเนื่องจากถูกค้ำไว้ที่ระดับสูงเกินจริงและไม่สอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจอังกฤษในขณะนั้นครับ เมื่อปอนด์ร่วงตามที่คาด เขาก็ซื้อปอนด์คืนในราคาที่ต่ำกว่าและเก็บกำไรส่วนต่างครับ
นักเทรดรายย่อยเรียนอะไรได้จาก Soros บ้าง?
บทเรียนหลักจาก Soros ที่นักเทรดรายย่อยนำไปใช้ได้คือ การวิเคราะห์ให้เห็นว่าราคาตลาดกับพื้นฐานเศรษฐกิจสอดคล้องกันไหม, การกล้าเข้า Position ที่เหมาะสมเมื่อมั่นใจในการวิเคราะห์ และการเข้าใจว่า Market Sentiment มีพลังมากกว่านโยบายในระยะสั้นครับ
โดนหลอกโดนโกง อย่าเก็บไว้คนเดียว แอดเหยี่ยวช่วยได้!
ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์ไม่ดีจากการใช้โบรกเกอร์ไม่ว่าจะโดนโกง ถอนเงินไม่ได้ หรือเจอพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส เราอยากบอกว่า… คุณไม่ได้เจอเรื่องนี้คนเดียว เพื่อให้วงการ Forex เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น มาเล่าให้เราฟังหน่อยนะครับ ว่าเจออะไรมาบ้าง ทีมงานของเราจะนำข้อมูลไปช่วยวิเคราะห์ และจะติดต่อกลับเพื่อดูว่าเราพอจะช่วยอะไรได้บ้าง
คลิกตรงนี้เพื่อเล่าให้เราฟัง : https://forms.gle/YhR5UGA41pZT62Fo8

อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติม คลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
📈 เรื่อง Forex ให้ WikiFX ช่วยคุณค้นหาและตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายขึ้น!
ใครที่กำลังสนใจ Forex หรือกำลังมองหาข้อมูลโบรกเกอร์ WikiFX เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ไม่ควรพลาด เพียงค้นหาชื่อโบรกเกอร์ที่สนใจผ่าน WikiFX ก็สามารถดูข้อมูลใบอนุญาต รีวิว และข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกในที่เดียว
นอกจากข้อมูลโบรกเกอร์แล้ว WikiFX ยังรวบรวมข่าวสาร Forex ทั่วโลก บทความความรู้ เทคนิคการเทรด กลยุทธ์ และการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ให้คุณติดตามและอัปเดตความรู้ได้อย่างต่อเนื่อง และสำหรับสาย EA ก็มี EA VPS ให้บริการบน WikiFX เพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่ใช้งาน EA อีกด้วย
🔥 WikiFX แอปเดียวครบเรื่อง Forex ทั้งข่าวสาร ข้อมูลโบรกเกอร์ ความรู้ และบริการสำหรับเทรดเดอร์ อยากรู้ข้อมูลโบรกเกอร์ อยากติดตามข่าว Forex หรืออยากเพิ่มความรู้เรื่องการเทรด เปิด WikiFX แล้วค้นหาได้เลย!
📱 ดาวน์โหลด WikiFX ฟรีวันนี้ แล้วให้ WikiFX เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการติดตามโลก Forex ของคุณ!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
EBC FINANCIAL GROUP
GTCFX
TMGM
FXTM
Exness
VOLURR BROKERAGE
EBC FINANCIAL GROUP
GTCFX
TMGM
FXTM
Exness
VOLURR BROKERAGE










