简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
13 ส.ค. ศาลชี้ชะตา Forex 3D เสียหาย 2,489 ล้านบาท
บทคัดย่อ:ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ Forex 3D วันที่ 13 ส.ค. 2569 โดยมีพิ้งกี้และครอบครัวรวม 24 จำเลย ถูกกล่าวหาว่าหลอกลวงประชาชน 9,842 ราย เสียหายกว่า 2,489 ล้านบาท ผ่านการชักชวนลงทุนเทรดเงินตราต่างประเทศที่อ้างประกันเงินต้น 100%

ศาลอาญามีนัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ Forex 3D ในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 ที่ห้องพิจารณา 806 ถนนรัชดาภิเษก คดีหมายเลขดำ อ 853/2564 นี้มีพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
จำเลยในคดีนี้ประกอบด้วยนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร และ น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ พิ้งกี้ อดีตนักแสดงชื่อดัง พร้อมครอบครัว ได้แก่ นางสรินยา ไชยเดช มารดา และนายสรายุทธ หรือกิตติเชษฐ์ ไชยเดช พี่ชาย รวมถึงบุคคลและนิติบุคคลอื่น ๆ จนครบ 24 คน
ลำดับเหตุการณ์การหลอกลวง
อัยการโจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ถึง 8 กันยายน 2563 พวกจำเลยร่วมกันหลอกลวงประชาชน โดยโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปให้มาร่วมลงทุนซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทางออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.Forex-3D.com และเฟซบุ๊กชื่อ “ฟอร์เร็กซ์ 3 ดี” โดยใช้ชื่อกองทุน “ฟอร์เร็กซ์ 3D”
ข้อกล่าวหาระบุว่า จำเลยอ้างว่ามีทีมงานมืออาชีพเป็นผู้ทำการลงทุนแทน โดยผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการซื้อขายหรือเทรดเงินตราต่างประเทศ เพียงฝากเงินเข้ามาก็สามารถรอรับเงินกำไรปันผลได้
สัญญาณความเสี่ยงที่ชักชวนผู้ลงทุน
ตามคำฟ้อง ผู้ลงทุนสามารถเริ่มต้นลงทุนที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 15,000 บาท ต่อมามีการเพิ่มการลงทุนขั้นต่ำเป็น 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 50,000 บาท โดยมีการประกันเงินต้น 100 เปอร์เซ็นต์ และอ้างว่าไม่มีการขาดทุน
ข้อกล่าวหานี้ทำให้มีผู้หลงเชื่อถึง 9,842 ราย นำเงินมาร่วมลงทุนกับพวกจำเลยกว่า 2,489 ล้านบาท ทั้งที่ความจริงแล้วพวกจำเลยไม่ได้นำเงินไปลงทุน และไม่มีการประกอบกิจการซื้อขายหรือเทรดเงินตราต่างประเทศจริงตามที่กล่าวอ้าง
ผู้เกี่ยวข้องและสถานะของจำเลย
จำเลยให้การปฏิเสธ และส่วนมากถูกคุมขังในเรือนจำ ยกเว้น น.ส.สาวิกา ไชยเดช จำเลยที่ 7 ซึ่งได้รับการประกันตัวในวงเงิน 5 ล้านบาท
โจทก์ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามความผิด และให้ร่วมกันชดใช้เงินจำนวน 2,489 ล้านบาทคืนแก่ผู้เสียหาย
ผลทางกฎหมายที่รอการตัดสิน
การนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เป็นจุดชี้ขาดสำคัญของคดีฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่ที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งต่อผู้เสียหายเกือบหนึ่งหมื่นรายและเงินลงทุนกว่า 2,489 ล้านบาท
สำหรับผู้สนใจลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่อ้างผลตอบแทนจากการเทรดเงินตราต่างประเทศ ควรตรวจสอบสถานะการกำกับดูแลของผู้ให้บริการ ระวังคำสัญญาผลตอบแทนหรือการประกันเงินต้นที่ดูดีเกินจริง และสังเกตสัญญาณผิดปกติ เช่น การขอให้ฝากเงินเพิ่ม หรือปัญหาการถอนเงิน ก่อนตัดสินใจนำเงินเข้าลงทุน
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ










