รีวิว eToro ปี 2026 แพลตฟอร์มนี้น่าใช้จริงไหม และเหมาะกับนักลงทุนแบบไหน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:นักเทรดควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของโบรกเกอร์ที่มีอยู่ในตลาด Forex เพื่อให้สามารถเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมได้ โดยโบรกเกอร์ในตลาด Forex แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ 1. โบรกเกอร์ Dealing Desks (DD) 2. โบรกเกอร์ No Dealing Desks (NDD)

การเลือกโบรกเกอร์เทรดด้วยชื่อเสียงไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี ชื่อเสียงโบรกเกอร์ รีวิวจากผู้ใช้ก็ยังถือว่าเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการตัดสินใจเลือก แต่ก็มีอีกสิ่งหนึ่งที่นักเทรดจะต้องรู้เพื่อนำไปประกอบการพิจรณาด้วย นั่นคือประเภทโบรกเกอร์เพื่อจะได้รู้ว่าโบรกเกอร์ประเภทนี้เหมาะกับเรามากน้อยแค่ไหน เรามาทำความเข้าใจประเภทโบรกเกอร์ไปกับแอดเหยี่ยวในบทความนี้ครับ
ทำความเข้าใจประเภทโบรกเกอร์ Forex
นักเทรดควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับประเภทของโบรกเกอร์ที่มีอยู่ในตลาด Forex เพื่อให้สามารถเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมได้ โดยโบรกเกอร์ในตลาด Forex แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ
โบรกเกอร์ Dealing Desks (DD)
หรือที่เรียกว่า Market Maker ทำหน้าที่เป็นผู้สร้างตลาดเอง คำสั่งซื้อของคุณจะถูกจัดการโดยโบรกเกอร์และจะไม่ถูกส่งต่อไปยังตลาดกลาง Forex เนื่องจากโบรกเกอร์เป็นผู้กำหนดราคาเอง อาจอ้างอิงราคาจากตลาดกลางในบางจุด เมื่อคุณเปิดออเดอร์ โบรกเกอร์จะจับคู่คำสั่งซื้อขายกับคำสั่งตรงข้ามในระบบของตนเองก่อน หากไม่พบคู่ที่เหมาะสม โบรกเกอร์อาจค้นหาในตลาดจริงหรือในระบบของโบรกเกอร์อื่น หรือหากไม่สามารถจับคู่ได้ โบรกเกอร์อาจรับคำสั่งซื้อขายของคุณไว้เอง หากเห็นว่ามีโอกาสทำกำไร แต่ถ้าโบรกเกอร์ประเมินแล้วว่าไม่มีโอกาสทำกำไร หรือไม่สามารถประเมินได้เนื่องจากตลาดผันผวน โบรกเกอร์อาจปฏิเสธคำสั่งซื้อขายนั้นไปเลย
ข้อดีของโบรกเกอร์ Dealing Desk (DD)
ข้อเสียของโบรกเกอร์ Dealing Desk (DD)
โบรกเกอร์ No Dealing Desks (NDD)
โบรกเกอร์ประเภทนี้ไม่ทำหน้าที่เป็นตลาดหรือเจ้ามือเอง (ไม่ใช่โบรกเกอร์แบบ DD) แต่ทำหน้าที่เป็น 'ตัวกลาง' หรือสะพานเชื่อมระหว่างตลาดกลาง Forex และนักเทรดเท่านั้น นักเทรดยังคงส่งคำสั่งซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ NDD ซึ่งจะส่งต่อคำสั่งเหล่านั้นไปยังตลาดกลาง โดยโบรกเกอร์ NDD ทำกำไรจากการเก็บค่าคอมมิชชั่นและค่าสเปรดเท่านั้น ไม่ได้ทำกำไรโดยตรงจากคำสั่งซื้อของนักเทรด ค่าสเปรดของโบรกเกอร์ NDD มักจะเป็นแบบลอยตัวและผันผวนตามการเคลื่อนไหวของราคาจริงในตลาด
ในการเทรดแบบ NDD มีบัญชีให้เลือก 2 ประเภท ได้แก่
ความแตกต่างบัญชี ECN และ STP
บัญชี ECN และ STP มีความคล้ายคลึงกันมาก เนื่องจากทั้งสองประเภทนี้มีการทำธุรกรรมโดยตรงกับคู่ค้า ความแตกต่างหลักคือ เมื่อเทรดบนบัญชี ECN คู่ค้าจะเป็นผู้เข้าร่วมในระบบ ECN ทั้งหมด ขณะที่ในบัญชี STP คู่ค้าจะเป็นธนาคารหรือกลุ่มธนาคารหลายแห่ง นอกจากนี้ การเปิดบัญชีฟอเร็กซ์ในทั้งสองกรณีไม่จำเป็นต้องใช้เงินเริ่มต้น
ข้อดีของโบรกเกอร์ No Dealing Desk (NDD)
ข้อเสียของโบรกเกอร์ No Dealing Desk (NDD)
ขอบคุณข้อมูลจาก zfx
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย :https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

ปรากฏการณ์ Choking อธิบายว่าความกดดันสามารถทำให้ประสิทธิภาพลดลง แม้มีทักษะและแผนที่ดี โดยเกี่ยวข้องกับแนวคิดอย่าง Distraction Theory และ Explicit Monitoring Theory ที่ทำให้สมาธิและการตัดสินใจแย่ลง สำหรับนักเทรด การฝึกทำตามระบบอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมจิตใจ และโฟกัสเป้าหมาย จะช่วยรับมือความกดดันและเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในระยะยาว.

หนังสือ The Little Book That Beats the Market โดย Joel Greenblatt นำเสนอแนวคิด Magic Formula ซึ่งเป็นการคัดเลือกหุ้นโดยพิจารณาทั้งคุณภาพธุรกิจ (ROE) และราคาที่เหมาะสม (PE) เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนอย่างมีระบบ แนวคิดนี้สะท้อนว่าการลงทุนไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยวินัยและการใช้ข้อมูลอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่นักเทรดสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในระยะยาว.

น้ำมันเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจโลก โดยเหตุการณ์ Oil Shock ทั้งจากอุปทานและอุปสงค์สามารถส่งผลต่อเงินเฟ้อ ดอกเบี้ย และตลาดการเงินอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่วิกฤต 1973 Oil Crisis จนถึงเหตุการณ์ล่าสุดใน Strait of Hormuz บทเรียนสำคัญคือราคาน้ำมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังถูกขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์ อารมณ์ตลาด และนโยบายภาครัฐ ดังนั้นการเข้าใจน้ำมันในมุมมหภาคจึงช่วยให้นักเทรดมองเห็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงในตลาดโลกได้ชัดเจนยิ่งขึ้น.
Exness
IC Markets Global
ZFX
eightcap
GO Markets
GTCFX
Exness
IC Markets Global
ZFX
eightcap
GO Markets
GTCFX
Exness
IC Markets Global
ZFX
eightcap
GO Markets
GTCFX
Exness
IC Markets Global
ZFX
eightcap
GO Markets
GTCFX