Octa ปี 2026 ไม่มีค่า Swap จริงไหม? และอะไรที่นักลงทุนควรรู้ก่อนใช้งาน
รีวิวโบรกเกอร์
简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
บทคัดย่อ:บทวิเคราะห์ทองคำ

ราคาทองคำทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์แล้วหลายครั้ง โดยล่าสุดในวันจันทร์ (27 พ.ค.) ราคาทองสปอตพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 2,449.89 ดอลลาร์/ออนซ์ ขณะที่ราคาโลหะเงินและทองแดงพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า แม้ว่าขณะนี้ราคาทองคำ โลหะเงิน และทองแดง ต่างก็ชะลอตัวลง แต่ราคายังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ราคาโลหะทั้ง 3 ชนิดจะแข็งแกร่งขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า
นักวิเคราะห์ของเอเอ็นแซด (ANZ) กล่าวว่า ขณะนี้ราคาทองสปอตมีการซื้อขายอยู่ที่ระดับ 2,351.30 ดอลลาร์ โดยราคาทองคำยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้น ท่ามกลางการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์และการชะลอตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ แต่นักวิเคราะห์มองว่าปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนราคาทองคำไม่ได้มีเพียงแค่นั้น
“ในขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อุปสงค์ทองคำในประเทศจีนที่ปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 1/2567 ก็เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นราคาทองพุ่งขึ้นด้วย” นักวิเคราะห์ของ ANZ กล่าว
ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศที่มีความต้องการทองคำแท่งมากที่สุดในโลก หลังจากแซงหน้าอินเดียในปี 2566 ขึ้นเป็นประเทศที่ซื้อเครื่องประดับทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก
ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (WGC) ระบุว่า ผู้บริโภคชาวจีนซื้อทองคำในระดับแถวหน้าของโลก โดยมีการซื้อเครื่องประดับจำนวนมากถึง 603 ตันในปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้น 10% จากปี 2565 ขณะที่ WGC คาดการณ์ว่าความต้องการเครื่องประดับในจีนจะยังคงเพิ่มขึ้นในปีนี้ หรืออาจจะเพิ่มขึ้นกว่าระดับในปี 2566
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นักวิเคราะห์ของยูบีเอสได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาทองคำขึ้นสู่ระดับ 2,500 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในสิ้นเดือนก.ย.ปีนี้ และคาดว่าราคาจะอยู่ที่ระดับ 2,600 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในสิ้นปี 2567 โดยยูบีเอสมีมุมมองเชิงบวกว่าอุปสงค์ทองคำในจีนจะแข็งแกร่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่ชะลอตัวลงในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง
“เราคาดว่าราคาทองคำจะยังคงทำนิวไฮต่อไป” โจนี เทเวส นักกลยุทธ์ด้านโลหะมีค่าของยูบีเอสให้สัมภาษณ์ในรายการ “Street Signs Asia” ของสำนักข่าวซีเอ็นบีซีเมื่อวานนี้
ขอบคุณสำนักข่าวอินโฟเควสท์
อ่านข่าวสาร Forex ทั่วโลกเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikifx.com/th/original.html?source=tso4
คุณสามารถตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูล ใครที่อยากได้ความรู้ เทคนิค กลยุทธ์การเทรด หรือการวิเคราะห์แนวโน้มตลาด ก็สามารถเข้ามาอ่านได้ อีกทั้งยังมีบริการ EA VPS บนแอป WikiFX อีกด้วย แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรี โหลดเลยตอนนี้จะพลาดได้ไง!

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

รีวิวโบรกเกอร์

บทความนี้นำเสนอวิวัฒนาการของตลาดฟอเร็กซ์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อช่วยให้นักเทรดเข้าใจโครงสร้างและพัฒนาการของตลาดที่ใช้งานอยู่ในทุกวันนี้ จุดเริ่มต้นของฟอเร็กซ์มาจากระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ที่ผูกค่าเงินกับทองคำ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ Bretton Woods ซึ่งกำหนดให้ดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลางการเงินโลก ต่อมาเหตุการณ์ Nixon Shock ในปี 1971 นำไปสู่การยกเลิกการผูกค่าเงินกับทองคำ และเกิดระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Floating Exchange Rate) ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของตลาดฟอเร็กซ์สมัยใหม่ ช่วงแรกตลาดยังจำกัดอยู่ในกลุ่มธนาคารและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ จนกระทั่งการเกิดขึ้นของอินเทอร์เน็ตและโบรกเกอร์ออนไลน์ในช่วงทศวรรษ 1990 ทำให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงตลาดได้โดยตรง จากนั้นสมาร์ตโฟน แพลตฟอร์มเทรด และระบบ Social Trading ได้ยิ่งเพิ่มความสะดวกและขยายฐานนักเทรดทั่วโลก ปัจจุบันตลาดกำลังก้าวสู่ยุคของ AI และ Algorithmic Trading ซึ่งเปลี่ยนรูปแบบการลงทุนอย่างต่อเนื่อง บทความชี้ให้เห็นว่าการเข้าใจประวัติศาสตร์ฟอเร็กซ์ช่วยให้นักเทรดตระหนักถึงความสำคัญของการปรับตัว การเลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ และ

รีวิวโบรกเกอร์

รีวิวโบรกเกอร์